| เพื่อให้ผู้ส่งออกได้รับความสะดวกในเรื่องพิธีการศุลกากร
ดังนั้นทางกรมศุลกากรจึงได้มีการจัดตั้ง |
| สำนักงานขึ้นภายในศูนย์ POSSEC เพื่อบริการผู้ส่งออก
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริการแบบ |
| One Stop Service โดยมีการบริการ 2 แบบดังนี้ |
| |
| 1.แบบ MANUAL SYSTEM ( แบบการเดินเอกสารธรรมดา
) |
| |
|
ดำเนินพิธีการ โดยทางตัวแทนเดินเอกสารยึ่นเรื่อง
ที่ศุลกากร ทั้งแนบ INVOICE ที่ใช้ VAT กับ 0%
|
| PACKING LIST ส่งให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ตรวจสอบเอกสาร
ว่าสินค้าที่จะนำออกถูกต้องตาม |
| รายละเอียดที่แจ้งมาในเอกสาร หรือไม่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้เลขที่ใบขนสินค้า
(ENTRY NO.) |
| และประทับตรา ผ่านพิธีการ และนำเอกสารมาดำเนินการ
ตรวจปล่อยสินค้า ในขั้นตอนของการตรวจ |
| ปล่อยสินค้า จะมีการตรวจสอบ หมายเลขสินค้า จำนวนสินค้าและราคา
รวมตรงตาม INVOICE และ |
| PACKING LIST หรือไม่ |
| |
|
2. แบบ ระบบ EDI
( แบบใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อออนไลน์
ข้อมูล )
|
| |
| ดำเนินพิธีการ โดยตัวแทนเอกสาร ยื่นเรื่องให้กรมศุลกากร
โดยการ กรอกผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ |
| ระบบ EDI ที่สำนักงาน แล้วจะผ่านไปสู่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร
ในรายละเอียดของเอกสาร INVOICE |
| จะต้องแสดงความจำนงค์ ในการใช้สิทธิประโยชน์
ของผู้ขาย ซึ่งการใช้สิทธิ จะมี 2 รูปแบบ ดังนี้คือ |
| |
| 1. ใช้สิทธิในการตัด BOI อย่างเดียว ประเภทใบขน
คือ 211 |
| 2. ใช้สิทธิใน BIS-19 อย่างเดียว ประเภทใบขน คือ
219 |
| ( ใช้สิทธิทั้งสองอย่าง คือ BOI และ
BIS-19 ประเภทใบขน คือ 221 ) |
| |
| ตัวแทนเอกสาร ได้ระบุความต้องการ ในใบขนสินค้าขาออก
หรือใบขน EDI อย่างชัดเจนแล้ว |
| ทางเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร จะตรวจสอบเอกสารจากเครื่องคอมพิวเตอร์
เมื่อถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว |
| จะทำการออกเลขที่ใบขนสินค้า และประทับตราใบขน EDI
พร้อมทั้ง แสดงคำสั่งตรวจปล่อย 2 |
| ประเภทคือ (1) GREEN LINE (กรณีที่เป็นการซื้อขายในประเทศ)
และ (2) RED LINE (กรณีที่เป็น |
| การซื้อขายต่างประเทศ) แสดงในใบขนสินค้า หลังจากนั้นก็
PRINT OUT เอกสารมาดำเนิน |
| พิธีการตรวจปล่อย ตรวจสอบสินค้าก่อนนำเข้ายัง บริษัทผู้ซื้อ
|